สำนักงาน ก.พ.ร. ร่วมกับโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติประจำประเทศไทย (UNDP in Thailand) โดยได้รับการสนับสนุนจาก UK Government Digital Service (GDS) แห่งรัฐบาลสหราชอาณาจักร จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง “การเปลี่ยนแปลงสู่รัฐบาลดิจิทัลและการปฏิรูปการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ” ในวันที่ 19 – 20 สิงหาคม 2564 เวลา 15.00 – 17.00 น. ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ โดยมีนางอารีย์พันธ์ เจริญสุข รองเลขาธิการ ก.พ.ร. คุณบุญญรัตน์ กิตติวรวุฒิ ผู้อำนวยการด้านเศรษฐกิจและการพัฒนาที่ยั่งยืน จากสถานเอกอัครราชทูตอังกฤษประจำประเทศไทย และคุณโลวิต้า รามกุธี รองผู้แทนโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติประจำประเทศไทย (UNDP in Thailand) ร่วมเป็นประธานกล่าวเปิดงาน พร้อมทั้งผู้เข้าร่วมการประชุมจาก 24 หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมการประชุมและระดมความคิดเห็นเกี่ยวกับการพัฒนางานบริการภาครัฐให้เป็นดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบและมุ่งสู่การเป็นรัฐบาลดิจิทัล
ซึ่งการประชุมนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการศึกษาเรื่อง “การเปลี่ยนแปลงสู่รัฐบาลดิจิทัลและการบริการภาครัฐผ่านระบบดิจิทัลของประเทศไทย” สรุปประเด็นสำคัญ ดังนี้
1. การเปลี่ยนแปลงสู่รัฐบาลดิจิทัลของไทยและกรณีศึกษาของต่างประเทศ
– ควรส่งเสริมข้อมูลเปิด (Open Data) และจัดข้อมูลให้อยู่ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อให้หน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนสามารถนำไปใช้ได้ ซึ่งจะช่วยทำให้ลดขั้นตอนการให้บริการประชาชนและสร้างความโปร่งใส ตัวอย่างกรณีศึกษา เช่น API Store ของแคนาดา ที่ให้บริการข้อมูลเปิดในรูปแบบ API เพื่อเปิดโอกาสให้นักพัฒนาแอปพลิเคชันเอกชนสามารถเข้าถึงข้อมูลภาครัฐและนำไปใช้ได้
– พัฒนาทักษะด้านดิจิทัลให้แก่เจ้าหน้าที่ภาครัฐทั้งในระดับผู้ปฏิบัติงานไปจนถึงผู้บริหารองค์กร เพื่อให้บุคลากรทุกระดับมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับดิจิทัลใปในทิศทางเดียวกัน รวมทั้งส่งเสริมให้ผู้ที่มีความรู้ด้านดิจิทัลเข้ามาทำงานในหน่วยงานภาครัฐ ตัวอย่างกรณีศึกษา เช่น Global Talent Visa for Digital Technology ของอังกฤษ โดยการออกวีซ่าทำงานด้านดิจิทัลให้แก่ชาวต่างชาติเพื่อดึงดูดคนเก่งให้เข้ามาทำงานในอังกฤษ
– พัฒนาการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐให้เป็นดิจิทัล ซึ่งจะช่วยลดขั้นตอนและสร้างความโปร่งใส ตัวอย่างกรณีศึกษา เช่น Open Contracting ของอินโดนีเซีย เว็บไซต์ข้อมูลเปิดเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐและผู้ค้า เพื่อสร้างความโปร่งใสและความเท่าเทียมกันในการเข้าถึงข้อมูล
– ส่งเสริมให้ผู้ประกอบการ SMEs มีโอกาสเข้าถึงการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐได้มากขึ้น ตัวอย่างกรณีศึกษา เช่น Digital Marketplace เว็บไซต์กลางที่เปิดโอกาสให้บริษัทเอกชนเสนอขายสินค้าและบริการดิจิทัลให้แก่หน่วยงานภาครัฐ ช่วยให้หน่วยงานภาครัฐสามารถค้นหาผู้ค้าได้หลากหลายมากขึ้น และช่วยให้ผู้ประกอบการทั้งรายเล็กและรายใหญ่เข้าถึงการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐได้อย่างเท่าเทียมกันและโปร่งใส
2. การระดมความคิดเห็นเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสู่รัฐบาลดิจิทัล
2.1 การเชื่อมข้อมูล (Data sharing)
– มีแพลตฟอร์มงานบริการภาครัฐมากเกินไป โดยแต่ละหน่วยงานต่างพัฒนาแพลตฟอร์มของตนขึ้นมาเองและไม่เชื่อมโยงข้อมูลภาครัฐกัน
2.2 ทักษะด้านดิจิทัล (Digital skills)
– เพิ่มทักษะดิจิทัลให้เจ้าหน้าที่ภาครัฐทุกภาคส่วน เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจและทัศนคติเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสู่รัฐบาลดิจิทัลทั้งในระดับการปฏิบัติงาน การบริหารและการกำหนดนโยบาย
2.3 มาตรฐานทางดิจิทัล (Digital Standards)
– กำหนดมาตรฐานทางดิจิทัลให้ชัดเจน เพื่อให้เกิดความชัดเจนในทางปฏิบัติและมีความมั่นใจในการใช้งานระบบดิจิทัล
– สร้างการมีส่วนร่วมระหว่างหน่วยงานส่วนกลาง ส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานเอกชน เพื่อให้งานบริการภาครัฐเป็นดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ และอำนวยความสะดวกในการใช้งานให้แก่ประชาชนได้อย่างแท้จริง
2.4 การจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ (Procurement)
– เชื่อมโยงข้อมูลภาครัฐ เปิดเผยข้อมูลการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐและข้อมูลผู้ค้า และใช้ AI ในการพิจารณาอนุมัติ/อนุญาต เพื่อลดการใช้ดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่ สร้างความโปร่งใสและเท่าเทียม
– เปิดโอกาสให้ SMEs เข้าถึงการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ และปรับปรุงระบบให้ใช้งานง่าย ซึ่งจะทำให้ผู้ประกอบการ SMEs หรือผู้ที่มีทักษะดิจิทัลไม่มากสามารถใช้งานและเข้าถึงการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐได้อย่างเท่าเทียม
ข้อคิดเห็นที่ได้จากการประชุมในครั้งนี้จะนำไปรวบรวม วิเคราะห์และจัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย เพื่อจะได้นำไปขยายผลในการวางแผนการการทำงานของหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อมุ่งสู่การเป็นรัฐบาลดิจิทัล ยกระดับการทำงานของภาครัฐให้สะดวกรวดเร็ว สร้างการจ้างงาน สร้างรายได้ให้ประชาชน และเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันของประเทศไทย