เพื่อรายงานผลการดำเนินงานให้บรรลุเป้าหมายการยกระดับผลการประเมินการปฏิบัติตามมาตรฐานสากล และพัฒนาระบบการปฏิบัติงานด้านการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินและการต่อต้านการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย (AML/CFT) ของประเทศไทย ประจำงบประมาณ พ.ศ. 2563 และพิจารณาแผนปฏิบัติการฯ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 สรุปประเด็นดังนี้
รองเลขาธิการ ก.พ.ร. (นางนันทนา ธรรมสโรช) ให้ความเห็นรายงานผลการขับเคลื่อนกิจกรรมภายใต้ยุทธศาสตร์ ด้าน AML/CFT ในประเด็นการปรับปรุงโครงสร้างของสำนักงาน ปปง. และกรมสอบสวนคดีพิเศษ ว่าขณะนี้ยังไม่มีคำขอการปรับปรุงโครงสร้างการแบ่งส่วนราชการภายในมายังสำนักงาน ก.พ.ร. ทั้งนี้ สำนักงาน ก.พ.ร. ได้ให้คำปรึกษา แนะนำและร่วมกับส่วนราชการในการจัดทำกรอบการดำเนินงาน และการจัดทำข้อมูล เพื่อประกอบการพิจารณาการปรับปรุงโครงสร้างการแบ่งส่วนราชการภายในดังกล่าวของคณะทำงาน ตาม ว 3/2562 ทั้งนี้ สำนักงาน ก.พ.ร. และสำนักงาน ก.พ. จะได้ร่วมกันทำงานอย่างใกล้ชิดต่อไป
สำหรับประเด็นเกี่ยวกับจัดตั้งหน่วยงานเฉพาะกิจด้านข่าวกรองทางการเงิน สำนักงาน ก.พ.ร. จะช่วยดูในรายละเอียดอีกครั้งด้วย นอกจากนี้ ประธานได้เน้นย้ำว่าในการปรับปรุงโครงสร้างและกำหนดกรอบอัตรากำลัง สำนักงาน ก.พ.ร. และสำนักงาน ก.พ. ต้องร่วมกันดำเนินงานตั้งแต่เริ่มกระบวนการ
ที่ประชุมรับทราบการชี้แจง และมีมติเห็นชอบแผนปฏิบัติการด้านการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินและการต่อต้านการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย (AML/CFT) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 และกำหนดให้มีการประชุมติดตามการทำงานปีละ 2 ครั้ง โดยครั้งถัดไปคาดว่าจะประชุมประมาณเดือนเมษายน 2565
กลุ่มต่อต้านการฟอกเงินเอเชีย – แปซิฟิก (APG) แจ้งเลื่อนการเข้าประเมินมาตรฐานด้าน AML/CFT จากปี 2566 เป็นระหว่างปี 2566 – 2567 อันเนื่องจากผลกระทบโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ดังนั้น จึงทำให้ประเทศไทยมีเวลามากยิ่งขึ้นในการยกระดับมาตรฐาน โดยที่ประชุมมีมติให้ทุกหน่วยงานยึดกรอบเวลาตาม Road map การปฏิบัติยกระดับการปฏิบัติตามมาตรฐานสากล (ฉบับทบทวนปี พ.ศ. 2563 ที่ได้เห็นชอบเมื่อคราวประชุมครั้งที่ 1/2563 โดยอาจยืดหยุ่นได้บ้าง
กลุ่มงานการประชาสัมพันธ์ / จัดทำ