ข่าวสาร ก.พ.ร.

มติคณะรัฐมนตรีวันที่ 1 พฤษภาคม 2561 เรื่อง การขอจัดตั้งหน่วยงานตามแผนการปฏิรูปประเทศด้านต่าง ๆ

1 พ.ค. 2561
3

         คณะรัฐมนตรีในการประชุมเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2561 ซึ่งมีพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุม ณ ห้องประชุม 501 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล ได้พิจารณาเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสำนักงาน ก.พ.ร. คือ เรื่อง การขอจัดตั้งหน่วยงานตามแผนการปฏิรูปประเทศด้านต่าง ๆ

         สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) ได้แจ้งมติคณะรัฐมนตรีเรื่องดังกล่าวให้สำนักงาน ก.พ.ร. ทราบ ตามหนังสือ สลค. ด่วนที่สุด ที่ นร 0505/12961 ลงวันที่ 3 พฤษภาคม 2561 โดยมีสาระสำคัญ ดังนี้

          คณะรัฐมนตรีได้ประชุมปรึกษาเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2561 ลงมติว่า

          1. เห็นชอบตามที่สำนักงาน ก.พ.ร. เสนอ และมอบหมายให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามข้อเสนอของทางสำนักงาน ก.พ.ร. อย่างเคร่งครัดต่อไป ทั้งนี้ ให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องทยอยดำเนินการตามแนวทางการขับเคลื่อนแผนการปฏิรูปประเทศด้านต่างๆ ในประเด็นการจัดตั้งองค์กรหรือหน่วยงานใหม่ และการยุบเลิกหรือยุบรวมหน่วยงานในปัจจุบัน โดยคำนึงถึงลำดับความสำคัญ ความเร่งด่วน เหตุผลความจำเป็นและความเหมาะสมสอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบัน และแนวโน้มในอนาคต รวมถึงภาระด้านงบประมาณ กรอบนโยบายของรัฐบาล และนโยบายของแต่ละกระทรวงด้วย ทั้งนี้ ให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องพิจารณาให้ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารจัดการภาครัฐในลักษณะประชารัฐให้มากขึ้นด้วย

          2. ให้สำนักงาน ก.พ.ร. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับความเห็นของกระทรวงการคลัง กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงยุติธรรม กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี การะทรวงสาธารณสุข สำนักงบประมาณ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานสภาความมั่นคงแหน่งชาติ และสำนักงาน ก.พ. ไปพิจารณาดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไปด้วย

          สาระสำคัญของเรื่องที่สำนักงาน ก.พ.ร. เสนอคณะรัฐมนตรี 

          1. แผนการปฏิรูปประเทศทั้ง 11 ด้าน มีข้อเสนอการปรับบทบาทภารกิจและโครงสร้างส่วนราชการเพื่อรองรับการขับเคลื่อนแผนการปฏิรูปประเทศ ดังนี้ 

             1.1 การขอจัดตั้งหน่วยงานใหม่ จำนวน 31 หน่วยงาน โดยจำแนกตามประเภทที่ขอจัดตั้งได้ ดังนี้ 

                  1.1.1 การขอจัดตั้งหน่วยงานระดับกรม จำนวน 9 หน่วยงาน 

                  1.1.2 การขอจัดตั้งหน่วยงานภายใต้กรม จำนวน 13 หน่วยงาน

                  1.1.3 อื่น ๆ เช่น องค์การมหาชน หรือองค์กรอิสระ เป็นต้น จำนวน 9 หน่วยงาน 

            1.2 การขอปรับบทบาทภารกิจเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ จำนวน 24 หน่วยงาน

            1.3 การขอจัดตั้งหน่วยงานที่ไม่อยู่ในอำนาจหน้าที่ของ ก.พ.ร. จำนวน 21 หน่วยงาน

          2. การขอจัดตั้งหน่วยงานใหม่ตามร่างแผนการปฏิรูปประเทศดังกล่าวไม่สอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ชาติ ด้านการปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐที่มีเป้าหมายให้ภาครัฐมีขนาดที่เล็กลง

          3. ก.พ.ร. ในการประชุมครั้งที่ 2/2561 เมื่อวันที่ 5 เมษายน 2561 โดยมีรองนายกรัฐมนตรี (นายวิษณุ เครืองาม) เป็นประธาน ได้พิจารณาเรื่องการดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2561 ในประเด็นการรองรับการขับเคลื่อนแผนการปฏิรูปประเทศ โดยที่ประชุมมีมติให้ส่วนราชการที่จะต้องจัดตั้งหน่วยงานตามแผนการปฏิรูปประเทศพิจารณาการปรับปรุงบทบาท ภารกิจ และโครงสร้างของหน่วยงานที่มีอยู่เดิมเป็นลำดับแรกก่อน สำหรับข้อเสนอการจัดตั้งหน่วยงานใหม่ ไม่ควรมีผลผูกพันกับส่วนราชการในทันที และหากยังมีความจำเป็นที่จะต้องจัดตั้งหน่วยงานใหม่เพิ่มควรจัดตั้งเฉพาะที่มีเหตุผลความจำเป็นและคำนึงถึงค่าใช้จ่าย นอกจากนี้ ยังมอบหมายให้ สำนักงาน ก.พ.ร. ศึกษาเรื่องดังกล่าวในรายละเอียดเกี่ยวกับเหตุผลความจำเป็นและความคุ้มค่าในการจัดตั้งให้ชัดเจนควบคู่ไปด้วย

ที่มา หนังสือสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ด่วนที่สุด ที่ นร 0505/12961 ลงวันที่ 1 พฤษภาคม 2561
ภัทรพร (สลธ.) /รายงาน
กลุ่มวิเทศสัมพันธ์และการประชาสัมพันธ์ / จัดทำ

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายคุ้กกี้ และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ปุ่มตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    คุกกี้ประเภทนี้มีความจำเป็นต่อการให้บริการเว็บไซต์ของ สำนักงาน ก.พ.ร. เพื่อให้ท่านสามารถเข้าใช้งานในส่วนต่าง ๆ ของเว็บไซต์ได้ รวมถึงช่วยจดจำข้อมูลที่ท่านเคยให้ไว้ผ่านเว็บไซต์ การปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้จะส่งผลให้ท่านไม่สามารถใช้บริการในสาระสำคัญของ สำนักงาน ก.พ.ร. ซึ่งจำเป็นต้องเรียกใช้คุกกี้ได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์และประเมินผลการใช้งาน (Performance Cookies)

    คุกกี้ประเภทนี้ช่วยให้ ก.พ.ร. ทราบถึงการปฏิสัมพันธ์ของผู้ใช้งานในการใช้บริการเว็บไซต์ของ ก.พ.ร. รวมถึงหน้าเพจหรือพื้นที่ใดของเว็บไซต์ที่ได้รับความนิยม ตลอดจนการวิเคราะห์ข้อมูลด้านอื่น ๆ ก.พ.ร. ยังใช้ข้อมูลนี้เพื่อการปรับปรุงการทำงานของเว็บไซต์ และเพื่อเข้าใจพฤติกรรมของผู้ใช้งานมากขึ้น ถึงแม้ว่า ข้อมูลที่คุกกี้นี้เก็บรวบรวมจะเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวตนได้ และนำมาใช้วิเคราะห์ทางสถิติเท่านั้น การปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้จะส่งผลให้ ก.พ.ร. ไม่สามารถทราบปริมาณผู้เข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ และไม่สามารถประเมินคุณภาพการให้บริการได้

  • คุกกี้เพื่อการโฆษณาไปยังกลุ่มเป้าหมาย (Targeting Cookies)

    คุกกี้ประเภทนี้เป็นคุกกี้ที่เกิดจากการเชื่อมโยงเว็บไซต์ของบุคคลที่สาม ซึ่งเก็บข้อมูลการเข้าใช้งานและเว็บไซต์ที่ท่านได้เข้าเยี่ยมชม เพื่อนำเสนอสินค้าหรือบริการบนเว็บไซต์อื่นที่ไม่ใช่เว็บไซต์ของ ก.พ.ร. ทั้งนี้ หากท่านปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้จะไม่ส่งผลต่อการใช้งานเว็บไซต์ของ ก.พ.ร. แต่จะส่งผลให้การนำเสนอสินค้าหรือบริการบนเว็บไซต์อื่น ๆ ไม่สอดคล้องกับความสนใจของท่าน

บันทึกการตั้งค่า