Logo of OPDC ก.พ.ร. FAQ สำหรับการค้นหา  |  ภาษาไทย   |   English   |   Mobile   |   Help   |  

หน้าหลัก หน้าหลัก | ติดต่อ | ผังเว็บไซต์ |  หน้าหลัก
Share แชร์ พิมพ์หน้านี้
ยุทธศาสตร์ปี 2551-2555 / ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 3 (เก่ง) / การปรับบทบาทภารกิจและโครงสร้างส่วนราชการที่ผ่านมาในช่วงปี 2545 - 2549 / แนวทางและผลการดำเนินการปรับบทบาทภารกิจและโครงสร้างส่วนราชการ ปี 2545

แนวทางและผลการดำเนินการปรับบทบาทภารกิจและโครงสร้างส่วนราชการ ปี 2545

| ผู้รับผิดชอบ:

การปรับบทบาทภารกิจและโครงสร้างส่วนราชการปี พ.ศ. 2545 เกิดจากการระดมความคิดและหาข้อยุติ
โดยการประชุมเชิงปฏิบัติการ รวม 3 ครั้ง6 จนได้ข้อสรุปเกี่ยวกับบทบาทภารกิจ และโครงสร้างส่วนราชการจนนำไปสู่การปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้อง7 และรัฐสภาได้อนุมัติพระราชบัญญัติ รวม 2 ฉบับ8 โดยคงจำนวนอัตรากำลัง9 ตามกรอบอัตรากำลังที่มีอยู่ ณ ขณะนั้น (จำนวน 394,385 อัตรา) และใช้วิธีการเกลี่ยอัตรากำลังจากกระทรวงเดิมไปกระทรวงที่ตั้งใหม่

แนวทางและผลการดำเนินการปรับบทบาทภารกิจและโครงสร้างส่วนราชการ ปี 2545

แนวทางการปรับบทบาทภารกิจภาครัฐ
1. ขจัดภารกิจที่ไม่จำเป็นหรือล้าสมัยออกไป โดยพิจารณาทบทวนความจำเป็นในการทำงานนั้นให้เหมาะสมกับความต้องการของประชาชน สังคม และประเทศชาติในปัจจุบัน
2. มุ่งการดำเนินงานเฉพาะภารกิจหลัก โดยแยกประเภทภารกิจหลัก (Core Business) และภารกิจรอง (Non - Core Business) ออกจากกันเพื่อมอบภารกิจที่ราชการส่วนกลางไม่เหมาะสมที่จะดำเนินการแล้วให้ท้องถิ่นหรือภาคเอกชนดำเนินการแทน หรือสนับสนุนให้ภาคประชาสังคมหรือชุมชนรับไปดำเนินการ
3. ไม่ดำเนินงานใด ๆ ที่เอกชนสามารถทำได้อย่างมีประสิทธิภาพและประหยัดกว่าภาครัฐอยู่แล้ว ยกเว้นในกรณีที่จำเป็นเพื่อประโยชน์ในการรักษาความมั่นคงของรัฐ การรักษาผลประโยชน์ส่วนรวม การประกันความเป็นธรรม หรือการจัดให้มีสาธารณูปโภค
4. สนับสนุนเศรษฐกิจแบบเสรีโดยอาศัยกลไกตลาด กำกับดูแลให้มีการแข่งขันอย่างเป็นธรรม คุ้มครองผู้บริโภค ยกเลิกและละเว้นการตรากฎหมายและกฎเกณฑ์การควบคุมธุรกิจที่ไม่สอดคล้องกับความจำเป็นทางเศรษฐกิจ

แนวทางการจัดโครงสร้างส่วนราชการ

เมื่อมีความชัดเจนเกี่ยวกับบทบาทภารกิจที่ภาครัฐจะต้องดำเนินการแล้ว จึงมีการจัดโครงสร้างหน่วยราชการใหม่ให้สอดรับกับบทบาทภารกิจของภาครัฐ โดยมีแนวทางในการจัด ดังนี้

1. จัดโครงสร้างโดยคำนึงถึงนโยบายแห่งรัฐที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ นโยบายรัฐบาลและความต้องการของประชาชนในลักษณะของการบริหารที่ยึดวาระแห่งชาติ (Agenda Based) แทนการจัดโครงสร้างที่เน้นหน้าที่ของรัฐ (Functional Based) แต่เพียงอย่างเดียว

2. จัดโครงสร้างองค์กรให้มีความหลากหลาย เพื่อให้สอดคล้องกับบทบาทภารกิจหลักที่จำเป็นต้องดำเนินการโดยภาครัฐ สอดรับกับประเภทของภารกิจและงาน และสอดคล้องกับการดำเนินงานในส่วนที่ต้องเน้นประสิทธิภาพ ความคล่องตัวการดำเนินงานร่วมกับภาคเอกชน องค์กรประชาชนและท้องถิ่น ซึ่งอาจจัดหน่วยงานของรัฐได้ดังนี้ คือ หน่วยราชการที่รับผิดชอบงานราชการโดยแท้ ที่เรียกว่าหน่วยงานราชการ (Government Organization) และหน่วยงานราชการที่รับผิดชอบงานปฏิบัติการที่ยังเป็นภารกิจหลักของภาครัฐที่ยังจำเป็นต้องดำเนินการโดยหน่วยงานราชการ อาจจัดตั้งเป็นหน่วยงานที่มีรูปแบบการบริหารงานพิเศษ หน่วยงานของรัฐที่ให้บริการสาธารณะซึ่งเป็นงานของรัฐที่ภาครัฐจำเป็นต้องจัดให้มีหรือส่งเสริมให้มีการให้บริการก็สามารถจัดเป็นองค์การมหาชน (Public Organization)รัฐวิสาหกิจ (State Enterprise) หรือองค์กรที่จัดตั้งในรูปแบบมูลนิธิ (Foundation) และองค์กรพัฒนาภาคเอกชน (Non Government Organization)

3. จัดโครงสร้างองค์กรตามแนวราบ เพื่อให้มีสายการบังคับบัญชาสั้นที่สุด เพื่อให้การทำงานและการ
ตัดสินใจเป็นไปอย่างรวดเร็ว คล่องตัว และมีประสิทธิภาพโดยยังคงยึดหลักความรับผิดชอบในการบริหารงานด้วย

4. จัดโครงสร้างองค์กรที่มีรูปแบบผสมผสาน ในกรณีที่งานนั้นต้องการองค์ประกอบของความรู้ความสามารถที่หลากหลายและเน้นความเป็นทีมในการปฏิบัติงาน เพื่อผลักดันงานให้บรรลุผลสำเร็จ หรือกรณีที่สามารถใช้เทคโนโลยีการติดต่อที่ทันสมัยก็สามารถจัดองค์กรที่มีลักษณะเป็นเครือข่าย

5. ปรับปรุง แก้ไข กฎระเบียบ และกฎหมายที่เกี่ยวข้องให้สอดคล้องกับการปรับบทบาทภารกิจและโครงสร้างส่วนราชการ

การจัดโครงสร้างส่วนราชการตามพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. 2545 เป็นการจัดรวมภารกิจที่อยู่ในห่วงโซ่แห่งคุณค่า (Value Chain) เดียวกันไว้ในกระทรวงเดียวกัน โดยจัดหน่วยงานรองรับในระดับบริหารราชการส่วนกลาง สำหรับภารกิจในส่วนของราชการบริหารส่วนภูมิภาคคงไว้ตามเดิมก่อน แต่หากพิจารณาโครงสร้างในกระทรวงจะมีทั้งส่วนราชการ (กรม กอง) โดยอาจมีกลุ่มภารกิจในบางกระทรวง รัฐวิสาหกิจ หน่วยงานในกำกับ หน่วยงานอื่น ๆ เช่น ภายใต้มูลนิธิและส่วนราชการในราชการบริหารส่วนภูมิภาค เป็นต้น


6 ครั้งแรกเมื่อวันที่ 4 - 5 สิงหาคม 2544 ณ โรงแรมรอยัลคลิฟ บีช รีสอร์ท พัทยา ครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2544 ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล และ ครั้งที่ 3 เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2544 ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล โดยในการประชุมดังกล่าวมีผู้เข้าร่วมการประชุมทั้งฝ่ายการเมือง ฝ่ายข้าราชการประจำ ผู้ทรงคุณวุฒิ นักวิชาการ และผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ผลจากการประชุมทั้ง 3 ครั้ง ดังกล่าว ได้นำเสนอคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2544 ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้ให้ความเห็นชอบในหลักการของการจัดโครงสร้างส่วนราชการในระดับกระทรวงเป็น 17 กระทรวง และ 1 ทบวง โดยมอบหมายให้รองนายกรัฐมนตรีที่กำกับการบริหารราชการในแต่ละกระทรวง ทบวง เป็นผู้ดูแลรับผิดชอบการจัดรายละเอียดของกระทรวง ทบวง ในสายงานของตน ซึ่งรองนายกรัฐมนตรีทั้ง 5 ท่าน ได้หารือร่วมกันแล้วและได้เสนอความเห็นต่อนายกรัฐมนตรีพิจารณาเมื่อวันที่ 9 มกราคม 2545 และต่อมาคณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2545 ให้จัดโครงสร้างส่วนราชการเป็น 20 กระทรวง

7 เมื่อวันที่ 23 มกราคม 2545 นายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี และผู้ทรงคุณวุฒิที่เกี่ยวข้องได้ประชุมร่วมกัน และมีมติมอบหมายให้มีคณะทำงานยกร่างกฎหมายที่เกี่ยวกับการปรับบทบาทภารกิจและโครงสร้างส่วนราชการ โดยมีนายมีชัย ฤชุพันธ์ เป็นประธานคณะทำงาน ซึ่งคณะทำงานดังกล่าวได้จัดทำร่างกฎหมาย รวม 2 ฉบับ คือ ร่าง พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับที่ .. ) พ.ศ. .... และร่างพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. .... โดยคณะรัฐมนตรีในคราวประชุมเมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2545 ได้มีมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติทั้ง 2 ฉบับ

8 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงลงพระปรมาภิไธยในร่างกฎหมายทั้ง 2 ฉบับ และสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้ประกาศพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2545 และพระราชบัญญัติปรับปรุง กระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. 2545 ในราชกิจจานุเบกษา ฉบับกฤษฎีกา เล่ม 119 ตอนที่ 99 ก วันที่ 2 ตุลาคม 2545

9 ได้มีมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2545 เรื่องมาตรการกำหนดอัตรากำลังและการแต่งตั้งข้าราชการในระหว่างการปรับโครงสร้างกระทรวง ทบวง กรม ใหม่

ส่วนราชการที่ได้จัดตั้งรองรับบทบาทภารกิจของภาครัฐ ปี พ.ศ. 2545 ดังนี้
       
  1) สำนักนายกรัฐมนตรี 12) กระทรวงพาณิชย์  
  2) กระทรวงกลาโหม 13) กระทรวงมหาดไทย  
  3) กระทรวงการคลัง 14) กระทรวงยุติธรรม  
  4) กระทรวงการต่างประเทศ 15) กระทรวงแรงงาน  
  5) กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา 16) กระทรวงวัฒนธรรม  
  6) กระทรวงการพัฒนาสังคมและ ความมั่นคงของมนุษย์ 17) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  
  7) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 18) กระทรวงศึกษาธิการ  
  8) กระทรวงคมนาคม 19) กระทรวงสาธารณสุข  
  9) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 20) กระทรวงอุตสาหกรรม  
  10) กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร 21) ส่วนราชการไม่สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวง หรือทบวง  
  11) กระทรวงพลังงาน    
       

 


เผยแพร่ข้อมูลเมื่อ 22 มกราคม 2552 12:08:49 ปรับปรุงข้อมูลล่าสุดเมื่อ 22 มกราคม 2552 12:08:49
    สวัสดิการสำนักงาน ก.พ.ร.     |     ลิงค์     |     สมาชิกเครือข่าย     |     RSS feed     |     คำถามที่พบบ่อย            

เกี่ยวกับ

กฏหมายและระเบียบ

หนังสือเวียน

ข้อมูลหน่วยงานภาครัฐ

ศูนย์ความรู้

ประชาสัมพันธ์

W3C   Facebook Facebook สำนักงาน ก.พ.ร.   PMQA Channel  ฐานข้อมูลหน่วยงานภาครัฐ  ipv6 ready  www.info.go.th  การปฏิเสธความรับผิดชอบ |  Webmail| Intranet สำหรับข้าราชการ | ผังเว็บไซต์ นโยบายเว็บไซต์ 

Slocan

สงวนลิขสิทธิ์โดยสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ

59/1 ถนนพิษณุโลก แขวงดุสิต เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300 โทร. 02 356 9999 โทรสาร 02 281 7882 สายด่วน 1785 e-mail: administrator@opdc.go.th